น้ำมันมะพร้าว ตัวช่วยสุขภาพดี ที่หลายคนมองข้าม

           น้ำมันมะพร้าว น้ำมันที่ให้ประโยชน์อันน่าทึ่งต่อสุขภาพ นอกเหนือจากการบำรุงความงาม แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้ามไปเสียอย่างนั้น 

          น้ำมันมะพร้าวที่ถูกบอกต่อกันมาว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมาก­กว่าน้ำมันชนิดอื่น
ๆ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยกันอยู่ว่า กินแล้วดีจริงหรือ
เพราะถึงจะมีสรรพคุณต่อสุขภาพอันน่าทึ่งหลายประการ
แต่ก็ยังเป็นน้ำมันชนิดหนึ่งอยู่ดี หากกินมาก ๆ อาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้
กระปุกดอทคอมจึงมีคำเฉลยในเรื่องนี้มาให้อ่านกัน ให้รู้ไปเลยว่า­ สรุปแล้ว
คำร่ำลือที่บอกว่ากินน้ำมันมะพร้าวแล้วดีต่อสุขภาพน่ะ แท้จริงแล้ว
เขากินกันอย่างไร แล้วมีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง

น้ํามันมะพร้าว

 
น้ำมันมะพร้าว คืออะไร 

          น้ำมันมะพร้าวก็คือ น้ำมันที่ได้จากผลมะพร้าวนั่นเอง
โดยนำมาสกัดแยกน้ำมันออกจากเนื้อมะพร้าวด้วยวิธีสกัดเย็น
ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ใช้ความร้อนสูง และไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปทางเคมี
น้ำมันที่ได้จึงมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่นหืน อาจมีชิ้นเนื้อมะพร้าว
และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะพร้าวปนมาด้วย เพราะเหตุนี้เอง
น้ำมันมะพร้าวจึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ ทั้งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น
น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) น้ำมันมะพร้าวบีบเย็น
น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็น 

          น้ำมันมะพร้าวเป็นของเหลวก็จริง
แต่ก็สามารถกลายสถานะเป็นของแข็งได้
โดยน้ำมันมะพร้าวจะมีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส
และกลายสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส
แต่เราสามารถทำให้มันเป็นของเหลวได้อย่างง่ายโดยใช้ความร้อนเพียงเ­ล็กน้อย 

          ในน้ำมันมะพร้าวนั้นประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัว (มากกว่า 90%
จากปริมาณกรดไขมันทั้งหมด)
แต่กรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่ที่พบในน้ำมันมะพร้าว
เป็นกรดไขมันที่มีขนาดโมเลกุลปานกลาง (medium chain fatty acid) 

น้ำมันมะพร้าวที่ดี สังเกตยังไง 


น้ำมันมะพร้าว

          น้ำมันมะพร้าวที่วางขายกันทั่วไปอาจมีหลายยี่ห้อ
ทำให้เราตัดสินใจเลือกไม่ถูกว่าแบบไหนดีกว่ากัน
เรามีวิธีการสังเกตน้ำมันมะพร้าวที่ได้คุณภาพมาฝากค่ะ 

          * ต้องมีความใส ไม่มีสี ลักษณะโปร่งแสง ไม่มีการตกตะกอน
แต่การสังเกตจากข้อนี้อาจไม่ชัดเจน เพราะบางยี่ห้อก็บรรจุในขวดพลาสติกขุ่น
หรือมีสี แต่ถ้าบรรจุขวดแก้วก็จะสังเกตได้ง่ายกว่า 

          * ต้องมีกลิ่นหอมของมะพร้าว ไม่มีกลิ่นหืน หรือเปรี้ยว
แม้ว่าจะมีการเปิดใช้หลายครั้งแล้ว แต่ด้วยกระบวนการผลิตในบางยี่ห้อ
อาจมีการดัดแปลงโดยใช้น้ำหอมสังเคราะห์กลิ่นมะพร้าว
หรือกลิ่นมะพร้าวน้ำหอมเข้าไป ทำให้มีกลิ่นหอมมากในตอนเปิดขวดแรก ๆ
แต่หลังจากนั้นความหอมจะจางลง กลายเปลี่ยนเป็นเหม็นเปรี้ยว
ซึ่งจะทำให้อายุของน้ำมันมะพร้าวอยู่ได้ไม่นาน 

          * ต้องความหนืดน้อย สามารถกลืนลงคอได้อย่างง่ายดาย
มีความรู้สึกเหมือนละลายในปาก ไม่ให้ความรู้สึกเลี่ยน
หรือเมื่อนำไปทาผิวแล้ว สามารถซึมสู่ผิวได้เร็ว
ไม่ทิ้งคราบน้ำมันลอยอยู่บนผิว 

ประโยชน์น้ำมันมะพร้าว ดีต่อสุขภาพยังไง 

น้ำมันมะพร้าว

          น้ำมันมะพร้าวถูกจัดว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันช­นิดอื่น
เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง ร่างกายดึงไปเผาผลาญได้เร็ว
นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุสำคัญและวิตามินละลายในไขมันบางชนิด เช่น แคลเซียม
แมกนีเซียม เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ดี อี เค
ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ทันที
เพราะคุณค่าเหล่านี้จึงทำให้น้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณต่อสุขภาพใน­หลาย ๆ ด้าน 

สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อสุขภาพ 

          มาดูกันว่าในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนั้นแฝงไว้ด้วยประโยชน์สุขภา­พในเรื่องใดบ้าง 

 1. ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น

          น้ำมันมะพร้าวให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น
นั่นคือ 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม ในขณะที่น้ำมันชนิดอื่นให้พลังงานถึง 9
กิโลแคลอรีต่อกรัม
มีกรดไขมันอิ่มตัวที่ไม่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ เป็นกรดไขมันที่มีขนาดโมเลกุลปานกลาง ซึ่งถูกดูดซึมและเผาผลาญเป็นพลังงานได้ดี กว่าน้ำมันชนิดอื่น ๆ ที่เป็นกรดไขมันที่มีขนาดโมเลกุลยาว (long chain fatty acid)

 2. กระตุ้นการขับถ่าย 

          น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง
ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มปริมาณของแบคทีเรียดีในลำไส้ จึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลำไส้ใหญ่  ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
สำหรับคนที่กินน้ำมันมะพร้าวในระยะแรกอาจมีอาการท้องเสีย
ถือว่าเป็นอาการปกติ แต่ถ้าหากกินไปสักระยะแล้วยังมีอาการท้องเสียอยู่
ควรหยุดกิน เพราะน้ำมันมะพร้าวอาจไม่เหมาะกับธาตุในร่างกาย 

 3. บำรุงกำลัง 

          น้ำมันมะพร้าวนั้นกินแล้วย่อยง่าย
ร่างกายดูดซึมไปใช้ในกระบวนการเผาผลาญได้ทันที อีกทั้งกินแล้วอิ่มนาน
จึงทำให้ร่างกายมีกำลังเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใด
ๆ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันมะพร้าวจึงถูกนำไปบำรุงกำลังแก่นักกีฬาทั้งแบบชงดื่ม
และแบบแท่ง รวมถึงเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุด้วย 

 4. ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อม 

          หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม น้ำมันมะพร้าวจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL)
และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)
จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ และโรคไต 

 5. บำรุงกระดูก 

          สารอาหารในน้ำมันมะพร้าวนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อความ­แข็งแรงของกระดูก
ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม จึงช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก ไม่ให้เปราะ
แตกหักง่าย 

 6. บำรุงครรภ์ 

         
น้ำมันมะพร้าวถือว่าเป็นอาหารที่ดีต่อคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคุณแม่รับประทานน้ำมันมะพร้าวในช่วงตั้­งครรภ์
ก็จะช่วยให้ทารกมีภูมิคุ้มกันที่ดี
และเป็นการเพิ่มคุณค่าของน้ำนมแม่อีกด้วย
เพราะในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก
ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้ในน้ำนมแม่ ทั้งนี้ คุณแม่สามารถรับประทานได้ไม่เกินวันละ 1 ช้อนโต๊ะ

 7. ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น 

          ในน้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยกรดลอริก กรดคาปริก
และกรดคาปริลิก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย
การรับประทานน้ำมันมะพร้าวติดต่อกันทุกวันในปริมาณเพียงเล็กน้อ­ยจะช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทขึ้น
และยังช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ลดความเครียด
และอาการอ่อนเพลีย

 8. ลดการอักเสบและติดเชื้อ 

          น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง
ๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อได้ เพราะกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะถูกเปลี่ยนเป็น
สารมอโนลอริน (monolaurin) มีคุณสมบัติสร้างภูมิคุ้มกัน
และมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย
ถือเป็นเป็นทั้งยาปฏิชีวนะธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจ­ากการติดเชื้อต่าง
ๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่เริม คางทูม เจ็บคอ 

 9. บำรุงสุขภาพในช่องปาก 

          น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก
อันเป็นสาเหตุให้เกิดคราบพลัคที่จะนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ภายในช่องปาก เช่น
เหงือกอักเสบ เหงือกช้ำ บวม แดง หรือเลือดออกตามไรฟัน
รวมถึงอาการติดเชื้อบริเวณลำคอด้วย
วิธีใช้คือนำน้ำมันมะพร้าวมาอมบ้วนปากครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 1 ครั้ง 

 10. ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง 

          น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันอิ่มตัวสูงถึงร้อยละ
92 ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
และยังมีวิตามินไบโอที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
จึงช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ
และมะเร็งผิวหนัง 

วิธีกินน้ำมันมะพร้าว 

         
ความพิเศษของน้ำมันมะพร้าวอยู่ตรงที่เราสามารถตวงกับช้อนแล้วกิ­นได้เลย
หรือจะนำไปปรุงเป็นเมนูคาวหวานก็ได้
แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะกินแล้วดีต่อสุขภาพ
แต่ก็ยังต้องระวังเรื่องปริมาณการบริโภค
รวมถึงต้องปรับพฤติกรรมการกินควบคู่ไปด้วย มิเช่นนั้น อาจให้ผลตรงกันข้าม 

          สำหรับวิธีการกินน้ำมันมะพร้าวที่เหมาะสมนั้น อาจยึดหลักจากน้ำหนักตัว ดังนี้ 

          – น้ำหนักตัว 30-40 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 0.5 ช้อนโต๊ะต่อวัน 

          – น้ำหนักตัว 40.1-60 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน 

          – น้ำหนักตัว 60.1-80 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 1.5-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน 

          – น้ำหนักตัว 80.1 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถบริโภคได้ไม่เกิน 2.5-3 ช้อนโต๊ะต่อวัน 

          – เด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ไม่เกินวันละ 1-2 ช้อนชา 

          – ผู้สูงอายุรับประทานไม่เกินวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ 

          ทั้งนี้ การกินน้ำมันมะพร้าวภายในครั้งเดียวร่างกายอาจรับไม่ได้ ดังนั้น
ควรจะแบ่งรับประทานเป็น 3 เวลา
นอกจากนี้อาจรวมถึงการนำน้ำมันมะพร้าวไปเป็นส่วนหนึ่งในการปรุงประกอบอาหาร
เช่น นำไปผัดอาหารแทนน้ำมันชนิดอื่น ๆ และควรลดการรับประทานไขมันชนิดอื่น ๆ ในแต่ละมื้อด้วย

          อย่างไรก็ดี
ควรเลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP
จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข 

น้ำมันมะพร้าว ทำอาหารได้ไหม 

น้ำมันมะพร้าว

          น้ำมันมะพร้าวสามารถนำไปปรุงอาหารได้เหมือนกับน้ำมันชนิดอื่น ซึ่งเราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวแทนเนย และมาการีน
ที่จะช่วยเพิ่มความหอมอร่อยให้กับเมนูอาหารนั้น ๆ น่ารับประทานขึ้นอีกด้วย 


น้ำมันมะพร้าว มีข้อเสียไหม

          ตามกลไกของร่างกายแล้ว การกินน้ำมันวันละประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะนั้น
ถือเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถกำจัดออกได้หมด
คำแนะนำส่วนใหญ่จึงถือว่าการกินน้ำมันมะพร้าววันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ
เป็นปริมาณที่เหมาะสม 

          อย่างไรก็ตาม
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วยว่ารับพลังงานไขมันจากแหล่งอื่นมากน้อยแค่ไหน โดยคำแนะนำคือปริมาณบริโภคเมื่อรวมกับน้ำมันและไขมันในอาหารชนิดอื่น ๆ แล้ว
ไม่เกินวันละ 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 60 กรัม
ดังนั้น
หากเป็นคนที่ได้รับน้ำมันและไขมันจากอาหารชนิดต่าง ๆ แล้ว 2 ช้อนโต๊ะ
ก็สามารถบริโภคน้ำมันมะพร้าวได้อีกไม่เกิน 1-2 ช้อนโต๊ะ
หรือถ้าเป็นคนที่รับประทานมังสวิรัติ ไม่กินนม ไข่ ชีส หรือน้ำมันอื่น ๆ
ก็อาจกินน้ำมันมะพร้าวได้มากขึ้น 

          ดังนั้น ทางที่ดีควรพิจารณาจากความเหมาะสมของสุขภาพตัวเอง
เพราะถ้าหากรับประทานเกินกว่าความต้องการของร่างกาย ร่างกายกำจัดออกไม่หมด
ก็เกิดการสะสมได้ไม่ต่างจากไขมันประเภทอื่น 

น้ำมันมะพร้าว ช่วยลดความอ้วนได้จริงไหม

          หากกินน้ำมะพร้าววันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ เพื่อหวังผลให้ลดความอ้วนนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้น้ำมันมะพร้าวจะมีไขมันน้อยกว่าน้ำมันชนิดอื่น แต่ก็ยังจัดเป็นอาหารที่มีไขมันสูงถึง 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม ขณะที่อาหารประเภทโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานเพียง 4 กิโลแคลอรีต่อกรัมเท่านั้น ทั้งนี้ การที่จะลดความอ้วนได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น หากรับประทานอาหารกลุ่มแป้ง ไขมัน มากเกินไป และไม่ได้ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญเลย ยังไงก็อ้วน

          ดังนั้น ถ้าต้องการกินน้ำมันมะพร้าวก็ไม่ควรกินเพื่อต้องการลดความอ้วน และอาจบริโภคน้ำมันมะพร้าวให้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารในชีวิตประจำวันแต่พอประมาณ เช่น ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนน้ำมันประเภทอื่น เป็นต้น

น้ำมันมะพร้าว ทาหน้าได้ไหม 

          น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถนำมาทาหน้าได้นะคะ
โดยเฉพาะสาวผิวแห้ง เพียงแต่มีข้อควรรู้ในการใช้อยู่บ้าง เรามาอ่านกันดีกว่าว่า
ควรใช้น้ำมันมะพร้าวทาหน้าอย่างไร 

          – ทาตอนกลางคืนดีกว่ากลางวัน
เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติอุ้มแสง อาจทำให้ผิวหน้าเราคล้ำลงบ้าง
แต่สีผิวก็จะสม่ำเสมอกัน เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติกระจายแสง 

          – สามารถผสมกับไนท์ครีมที่ใช้อยู่เป็นประจำได้
โดยการหยดน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1-2 หยดผสมกับไนท์ครีมที่ใช้อยู่ประจำ
จะช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวยามหลับได้ดี 

          – หากเป็นคนผิวหน้ามัน และผิวแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะยิ่งทำให้สิวขึ้นเห่อ 

          – ใช้มาร์กหน้าเพิ่มความชุ่มชื้นได้
นำสำลีชุบน้ำอุ่นบีบให้หมาด แล้วหยดน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1-2 หยดบนสำลี
เช็ดเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าโดยไม่ต้องล้างออก 

น้ำมันมะพร้าวทำผิวสีแทน ได้ไหม 

         
ความมหัศจรรย์ของน้ำมันมะพร้าวไม่ได้มีแค่เรื่องบำรุงสุขภาพอย่­างเดียวเท่านั้น
แต่ยังมีความพิเศษอีกข้อคือ สามารถทำให้ผิวขาว ๆ
ของเรากลายเป็นผิวสีแทนสวยได้ เพราะน้ำมันมะพร้าวมีจุดเดือดสูง
จึงไม่ไวต่อแสง แต่สามารถอุ้มแสงและกระจายแสงได้ดี หากเราทาหลังออกแดด
สีผิวของเราจะถูกปรับสภาพให้คล้ำลงอย่างสม่ำเสมอกัน
และคล้ำลงแบบดูสุขภาพผิวดีด้วย 

น้ำมันมะพร้าวกับ 10 ประโยชน์ความงามที่น่าลอง 

          นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังมีคุณสมบัติบำรุงความงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท­้าได้อีกด้วย มาอ่านกันดีกว่า 

 1. หมักผม 


น้ำมันมะพร้าว

          หากนำน้ำมันมะพร้าวไปหมักผม ก็ควรจะสระด้วยยาสระผมอีกครั้ง
และล้างออกด้วย น้ำอุ่น จะทำให้ความมันบนเส้นผมก็จะลดลง เส้นผมจะนุ่มขึ้น
และดูเงางาม 

 2. น้ำมันนวดตัว (Body Oil) 

          น้ำมันมะพร้าวสามารถเป็นน้ำมันสำหรับนวดสปาได้ สามารถผสมน้ำมันหอมระเหยเข้าไปด้วยประมาณ 2-3 หยด เพิ่มความผ่อนคลาย 

 3. ลิปบาล์ม 

          เพิ่มความชุ่มชื้นให้เรียวปาก ด้วยน้ำมันมะพร้าว แค่หยดบนนิ้วมือ ทาบาง ๆ บนริมฝีปาก ก็ช่วยให้เรียวปากไม่แห้งตึงแล้ว 

 4. บำรุงเล็บ 


น้ำมันมะพร้าว

          น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเล็บ และจมูกเล็บได้ ทำให้เรียวมือของเราเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น 

 5. รอยคล้ำใต้ดวงตา 

          ผิวบริเวณใต้ดวงตานั้นมีความบอบบางมาก
สามารถเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ถุงใต้ตา หรือรอยคล้ำใต้ตาได้ง่าย
น้ำมันมะพร้าวก็มีคุณสมบัติบำรุงผิวรอบดวงตาได้เหมือนกับอายครี­ม 

 6. บำรุงเส้นผม 

          หากลองใช้น้ำมันมะพร้าวปริมาณเท่าเมล็ดถั่วบำรุงเส้นผม จะช่วยเพิ่มความหนา ลดอาการชี้ฟู ขาดเส้น และหลุดร่วงได้ 

 7. เพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิวหน้า 

         
เราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวเพิ่มความฉ่ำวาวให้ผิวหน้าเราได้เหมื­อนการลงเมคอัพไฮไลท์
เช่น ทาบริเวณโหนกแก้ม เปลือกตา หรือโหนกคิ้ว
ก็จะทำให้ผิวหน้าเราดูเปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี 

 8. เมคอัพ รีมูฟเวอร์ 

          ใช้น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ช่วยลบเมคอัพได้ ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าว เช็ดเบา ๆ บนเมคอัพ ล้างออกด้วยน้ำอุ่น 

 9. บอดี้สครับ 

          ผสมเกลือและน้ำตาลในอัตราส่วนเท่ากัน
นำไปละลายในน้ำมันมะพร้าว ใช้ขัดผิวในบริเวณที่ต้องการ
ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ทำให้ผิวนุ่มขึ้น ใช้ขัดข้อศอก
และหัวเข่าที่ด้าน หากต้องการเพิ่มกลิ่นหอมที่ผ่อนคลายมากขึ้น
ก็หยดน้ำมันหอมระเหยเพิ่มเข้าไปได้ 

 10. ครีมกำจัดขน 

น้ำมันมะพร้าว

          ครีมกำจัดขนที่ใช้อยู่หมด
ไม่ต้องห่วงเลย ถ้าเรามีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นซะอย่าง
เพียงแค่นำไปผสมกับน้ำอุ่นให้ร้อนเล็กน้อย
ชโลมให้ทั่วผิวบริเวณที่ต้องการจะโกนขน ก็จะโกนได้เกลี้ยงเกลา
ไม่เกิดการระคายเคือง ผิวเนียนนุ่ม 

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น วิธีการทำที่หลายคนอยากรู้ 

          เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นราคาแพง ๆ
แพ็กเกจสวย ๆ ในซุปเปอร์มาร์เกตนั้น มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง
แล้วเราสามารถทำเองได้ไหม เราขอตอบเลยว่า ทำได้ ลองทำตามสูตรนี้เลย 

           1. เก็บมะพร้าวงอก หรือมะพร้าวที่มีจาว 

           2. นำมะพร้าวที่ขูดได้ ผสมน้ำเปล่า ในอัตราส่วน หัวกะทิ 1 กิโล ต่อน้ำ 1 ลิตร เพื่อนำไปคั้นเป็นน้ำกะทิ 

           3. นำน้ำกะทิมากรองใส่ถัง แล้วผสมกับน้ำกะทิที่ได้ คนให้เข้าเนื้อกัน 

           4. ครอบฝาโดยการแง้มไว้ อย่าปิดแน่น ทิ้งไว้ประมาณ 14-20
ชั่วโมง หรือประมาณ 1 คืนกว่า ๆ เพื่อให้กะทิ และน้ำมันแยกชั้น
โดยส่วนที่เราต้องการคือ ตรงกลาง เป็นส่วนของน้ำมัน 

           5. เอาน้ำที่แยกชั้นอยู่ด้านล่างออก โดยการดูดด้วยสายยางขนาดเล็ก กรณีใส่ถังที่มีก๊อกก็ปล่อยน้ำส่วนล่างออก 

           6. ใช้ช้อนตักส่วนที่เป็นขี้มันด้านบนออก
แล้วตักน้ำมันมะพร้าวแยกไว้ต่างหาก
ส่วนน้ำมันที่เหลือชั้นล่างสามารถนำไปทำน้ำมันเกรดสอง
หรือใช้ในการประกอบอาหาร 

           7. ตักส่วนที่เป็นน้ำมันออกมา นำไปกรองด้วยกระชอน 2
ใบซ้อนกัน แต่การซ้อนของกระชอน
จะต้องรองด้วยกระดาษทิชชูที่มีความหนาเล็กน้อยซ้อนกันประมาณ 6 ชั้น
ส่วนที่ไหลผ่านกระชอนก็คือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 

           8. นำไปบรรจุขวดที่มีฝาปิดสนิท 

การเก็บรักษาน้ำมันมะพร้าว 


น้ำมันมะพร้าว

          น้ำมันชนิดอื่น
ๆ หากนำไปแช่ตู้เย็น ก็ยังคงสภาพเป็นของเหลว
แต่สำหรับน้ำมันมะพร้าวนั้นสามารถแข็งตัวได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า­ 25
องศาเซลเซียส
ซึ่งวิธีการเก็บรักษาน้ำมันมะพร้าวไม่ให้เสียเร็วก่อนวันหมดอาย­ุ หรือ
มีกลิ่นหืน ก็ควรจะบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เก็บในอุณหภูมิห้อง
และไม่ควรโดนแสงแดดกรณีนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นแล้วเป็นไข
ก็สามารถทำให้ละลายได้โดยการอุ่นด้วยความร้อน 

น้ำมันมะพร้าวที่เสียแล้ว เป็นอย่างไร 

          วิธีการสังเกตน้ำมันมะพร้าวที่เสียแล้วนั้นง่ายมาก คือ
สีจะเปลี่ยนจากใสกลายเป็นเหลืองอ่อน ๆ หรือมีความขุ่น มีการตกตะกอน
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้น้ำมันมะพร้าวเสียเร็วนั้น
ก็ขึ้นอยู่กับว่าการเก็บรักษาหลังการใช้ เช่น ปิดฝาไม่สนิท
มีสิ่งเจือปนอื่น ๆ เก็บในที่ที่มีแสงแดดส่องเป็นเวลานาน เป็นต้น 

          อย่างไรก็ตาม
การใช้น้ำมันมะพร้าวบำรุงสุขภาพนั้น หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
ก็ควรดูตามความเหมาะสมของสุขภาพเราด้วย เพราะถึงแม้ว่าจะมีประโยชน์มากมาย
แต่ก็ยังเป็นน้ำมันอยู่ดี หากร่างกายได้รับในปริมาณมาก
ผลลัพธ์ก็อาจตรงกันข้ามก็ได้
 

ขอบคุณข้อมูลจาก

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย, ชีวจิต, ชีวจิต, ไทยพีบีเอส, หมอชาวบ้าน, Health