อาการปวดหัว 14 ชนิด รักษาแบบนี้สิถึงตรงจุด !

          อาการปวดหัวที่เราเป็นกันอยู่จริง ๆ แล้ว มีมากมายหลายสาเหตุ แต่ละสาเหตุก็รักษาไม่เหมือนกัน เช็กดูเลย คุณปวดหัวแบบไหนอยู่

ปวดหัว

          อาการปวดหัวเป็นอาการเจ็บป่วยสามัญที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน
แต่เคยสังเกตไหมคะว่า อาการปวดหัวในแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างเล็ก ๆ
พอให้จับสังเกตได้อยู่เหมือนกัน ซึ่งทางเว็บไซต์ Health.com เขาก็บอกมาว่า ที่อาการปวดหัวมีขั้นความรุนแรงก็เพราะจริง ๆ แล้วอาการปวดหัวแบ่งออกได้ถึง 14 ชนิดตามนี้นั่นเอง

1. อาการปวดหัวชนิดรีบาวน์ด (Rebound headache)

          * อาการ

          ปวดศีรษะเกือบทุกวัน โดยเฉพาะหลังตื่นนอน อาจปวดที่บริเวณขมับหรือทั้งศีรษะเลยก็ได้ ส่วนความรุนแรงแล้วแต่อาการของแต่ละคน

          * สาเหตุ

         
อาการปวดหัวชนิดรีบาวน์ดเกิดจากการรับประทานยาแก้ปวดปริมาณมากเกินไป
โดยเฉพาะยาแก้ปวดจำพวกอะซีตะมิโนเฟน (Acetaminophen) หรือไทลินอล, แอสไพริน
และไอบูโพรเฟนเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมทั้งยารักษาโรคไมเกรน (Triptans)
เกิน 10 วันต่อเดือนด้วย ซึ่งเมื่อเรากินยาแก้ปวดติดต่อกันนาน ๆ
จนร่างกายเกิดความเคยชิน อาการปวดก็จะถูกฤทธิ์ยากดไว้
ทว่าพอฤทธิ์ยาในร่างกายหมดไป
อาการปวดหัวฟื้นกลับมาแสดงอาการอีกครั้งในทันที

          * วิธีรักษา

          อาการปวดหัวชนิดนี้ทำได้เพียงแค่ปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ปรับสมดุลปริมาณยาในร่างกายของเราให้เข้าที่เข้าทาง
 

ปวดหัวจากความเครียด

2. อาการปวดหัวจากความเครียด (Tension headache)

          * อาการ
           
         
จะมีความรู้สึกปวดหนัก ๆ ที่ขมับทั้งสองข้าง
เหมือนมีแรงดันจากภายในแต่ไม่ปวดแบบตุบ ๆ อาจเกิดตั้งแต่ระดับน้อย ปานกลาง
และมาก หรือบางรายอาจรู้สึกปวดที่ต้นคอ หลัง และไหล่ร่วมด้วย

          * สาเหตุ
           
         
เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล
ความรู้สึกกดดันในบางเรื่องจนทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายหดเกร็ง
หรือแม้แต่การนั่งและนอนผิดท่า การใช้สายตามากเกินไป
และแม้แต่อยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นจัด
ก็เป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อรอบคอเกร็งจนกระทบกับสมอง
นำไปสู่อาการปวดหัวได้เช่นกัน
           
          * วิธีรักษา
           
         
ในเบื้องต้นสามารถรักษาโดยใช้ยาแก้ปวดจำพวกไทลินอล, แอสไพริน
และไอบูโพรเฟนได้ หรือจะไปนวดคลายกล้ามเนื้อก็ได้เช่นกัน
แต่ทั้งนี้ปริมาณยาแก้ปวดที่จะกินควรต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกรด้วยนะคะ
 

3. อาการปวดหัวอันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพฟัน (Dental headache)
           
          * อาการ

         
ปวดศีรษะได้ทั้งสองข้าง หรือข้างเดียว
แต่อาการที่พอจะสังเกตได้ก็คือลักษณะอาการปวดจะเหมือนมีอะไรมารัดรึงที่หัว
ปวดรอบ ๆ ลูกตา ปวดร้าวแนวกรามและขากรรไกร
บางรายอาจมีอาการกัดฟันในตอนกลางคืนร่วมด้วย
และสัมผัสได้ถึงอาการปวดศีรษะเมื่อเอามือไปแตะที่หน้าผาก
พร้อมทั้งเมื่ออ้าปากอาจมีเสียงดังกึ้กให้ได้ยินเบา ๆ

          * สาเหตุ

         
เกิดจากปัญหาความผิดปกติของข้อขมับและขากรรไกรล่างที่ทำให้การสบฟันผิดปกติไปด้วย
จนเป็นเหตุให้กล้ามเนื้อที่ควรได้รับการพักผ่อนต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่า นานเข้าจึงส่งสัญญาณความเมื่อยล้ามาเป็นอาการปวดหัว
           
          * วิธีรักษา
           
         
ทางเดียวที่จะลดอาการปวดหัวจากสาเหตุนี้ได้ คือ ต้องปรึกษาทันตแพทย์
เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการผิดปกติและหาทางรักษาคุณต่อไป
ซึ่งอาจจะต้องเอกซเรย์ข้อต่อขากรรไกร
และสำรวจความผิดปกติของสัมผัสฟันที่มีปัญหาอยู่ด้วย
 

4. อาการปวดหัวชนิดคลัสเตอร์ (Cluster Headache)
           
          * อาการ
          
          
อาการปวดศีรษะในแต่ละครั้งจะเป็นช่วงเวลาไม่นาน ราว 5 นาที หรือสูงสุด 3
ชั่วโมง แต่จะรู้สึกปวดหัวแบบทรมานเหมือนจะตายเลยทีเดียว
และอาการปวดจะเกิดขึ้นบ่อยแต่เป็นเวลาที่แน่นอน
และมักจะมีอาการน้ำตาไหลข้างเดียวและมีเส้นเลือดแตกในตา
ทำให้เกิดอาการตาแดง
           
          * สาเหตุ

         
เกิดจากความผิดปกติของต่อมไพเนียลและนิวเคลียส (Nucleus)
ของเซลล์ประสาทสมองที่ 5
ซึ่งทำให้ระบบการส่งฮอร์โมนและสารสื่อประสาทปรวนแปร
ส่งผลกระทบให้ประสาทสัมผัสอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของต่อมน้ำลาย
ต่อมน้ำตา และน้ำมูกทำงานผิดปกติ
รวมทั้งปล่อยสารเคมีบางชนิดไปที่เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก (Dura)
ทำให้เกิดอาการปวดหัวในเวลาต่อมา
           
          * วิธีรักษา

         

อาการปวดหัวชนิดคลัสเตอร์สามารถรักษาและบรรเทาอาการได้โดยใช้ยากลุ่มทริปเทนต์ (Triptan) หรือยารักษาโรคไมเกรน และการสูดดมออกซิเจน ขนาด 10
ลิตรผ่านหน้ากากให้ออกซิเจนก็ได้
 

ไมเกรน

5. อาการปวดหัวไมเกรน (Migraine)
           
          * อาการ
           
         
มีอาการปวดหัวข้างเดียว ปวดแบบหนัก ๆ
ในรายที่อาการหนักมากอาจวียนศีรษะและอาเจียนร่วมด้วย
หรือบางรายอาจมีอาการปวดหัวทั้งสองข้าง แต่ปวดตุบ ๆ
ติดกันต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ทั้งนี้อาการปวดหัวไมเกรนนับเป็นโรคปวดหัวเรื้อรังชนิดหนึ่ง
           
          * สาเหตุ
           
         
สาเหตุของโรคไมเกรนยังไม่ทราบแน่ชัด
แต่มักจะเอนเอียงไปทางความผิดปกติชั่วคราวของหลอดเลือดสมองและสารเคมีในสมอง
ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังเป็นผลพวงจากการสะสมความคเรียด
พฤติกรรมการรับประทานอาหาร
และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอติดกันเป็นเวลานานด้วยนะคะ
           
          * วิธีรักษา
           
         
ในเบื้องต้นสามารรถรับประทานยาบรรเทาอาการปวดได้
โดยใช้ยาแก้ปวดจำพวกอะซีตะมิโนเฟน (Acetaminophen), ไอบูโพรเฟน
และทริปเทนต์ (Triptan) หรือยารักษาโรคไมเกรน
แต่อย่างไรก็ดีคววรเข้ารับการรักษาจากแพทย์อีกทางหนึ่ง
 

กาแฟ

6. อาการปวดหัวจากฤทธิ์คาเฟอีน (Caffeine headache)
           
          * อาการ
           
         
มีอาการปวดหัวตื้อ ๆ หนักหัวเหมือนร่างกายพักผ่อนไม่พอ
บางรายอาจมีอาการเวียนศีรษะเพิ่มด้วยอีกอย่าง
หรือไม่ก็รู้สึกปวดกระบอกตาตุบ ๆ ตลอดเวลา
           
          * สาเหตุ
           
         

ชื่อก็บอกชัดอยู่แล้วนะคะว่าสาเหตุของอาการปวดหัวเกิดขึ้นเพราะฤทธิ์ของคาเฟอีน ซึ่งก็ได้มาจากกาแฟที่คุณ ๆ ชอบกินนี่ล่ะ
โดยเฉพาะใครที่กินกาแฟเกินวันละ 5 แก้ว
อาการปวดหัวชนิดนี้จะตามมาคุกคามคุณในอีกไม่ช้า
           
          * วิธีรักษา
           
         
นอกจากการรับประทานยาแก้ปวดทั่วไป
อีกทางหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ก็คือการลดปริมาณคาเฟอีน
นั่นก็หมายความว่าต้องค่อย ๆ ลดปริมาณกาแฟในแต่ละวันให้เหลือแค่ 2
แก้วต่อวันเป็นอย่างมาก
 

7. อาการปวดหัวจากการมีเพศสัมพันธ์ (Orgasm headaches)
           
          * อาการ
           
         
ปวดจี๊ดที่ศีรษะอย่างฉับพลัน
มักจะเกิดในช่วงใกล้ถึงจุดสุดยอดหรือในบางรายอาจปวดก่อนและหลังมีเพศ
สัมพันธ์ก็เป็นได้ โดยมีแนวโน้มเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
ซึ่งอาการปวดจะคงตัวอยู่ได้นาน 1 ชั่วโมงถึง 1 วันเลยทีเดียว
           
          * สาเหตุ
           
         
ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดศีรษะชนิดนี้
แต่ที่จับสังเกตได้คืออาการปวดจะหายไปเองโดยอัตโนมัติ
และอาจไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

          * วิธีรักษา
           
         
เนื่องจากยังไม่สามารถทราบสาเหตุของอาการได้
ในเบื้องต้นจึงทำได้เพียงกินยาบรรเทาอาการปวดไปก่อน และถ้าต้องการป้องกัน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ระบุให้กินยาแก้ปวดก่อนมีเพศสัมพันธ์ราว 1-2 ชั่วโมง
พร้อมกันนั้นก็พยายามอย่าเร่งจังหวะการเคลื่อนไหวรุนแรงมากนัก

ปวดหัวตอนเช้า

8. อาการปวดหัวทุกเช้า (Early morning headaches)
           
          * อาการ
           
          มีอาการปวดหัวตุบ ๆ ทุกเช้าหลังตื่นนอน บางรายจะรู้สึกหนักหัวเหมือนลุกไม่ไหว
           
          * สาเหตุ
          
          
สาเหตุของโรคค่อนข้างถูกพูดถึงอย่างกว้าง ๆ
เพราะอาจจะเป็นหนึ่งสัญญาณของโรคไมเกรน โรคเครียด
โรคปวดศีรษะเพราะปัญหาสุขภาพฟัน หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอก็ได้

          * วิธีรักษา
           
         
ทางที่ดีควรสังเกตอาการของตัวเองให้แน่ชัด
ถ้าปวดหัวเป็นเวลาต้องจำเวลาไปบอกแพทย์ด้วย
เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ได้วินิจฉัยได้ตรงจุดมากขึ้น
และหากคุณมีอาการปวดที่รุนแรง กินยาแก้ปวดก็ไม่ช่วยอะไร
อาจจะต้องเข้ารับการสแกนสมองเพื่อค้นหาว่ามีเนื้องอกในสมองด้วยหรือเปล่า
 
 
9. อาการปวดหัวจากไซนัสอักเสบ (Sinus headaches)

          * อาการ
           
         

อาการปวดหัวจากไซนัสอักเสบมีความคล้ายคลึงกับอาการหวัดทั่วไปและอาการปวดหัวไมเกรนมากจนแทบแยกไม่ออก
แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไซนัสอยู่แล้วอาจคาดเดาไปก่อนได้ว่า
ตัวเองน่าจะมีอาการปวดหัวจากผลกระทบของโรคไซนัสอักเสบ
ซึ่งโดยส่วนมากจะรู้สึกปวดหน่วง ๆ บริเวณหน้าผาก ร้อนผ่าวกระบอกตา
ลามไปถึงโหนกแก้มเลยทีเดียว
           
          * สาเหตุ
           
          เกิดจากการอักเสบบริเวณเยื่อโพรงจมูก ซึ่งส่งผลกระทบให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นหดเกร็งจนอาจรู้สึกปวดศีรษะได้
           
          * วิธีรักษา
           
         
โดยปกติแล้วหากรักษาโรคไซนัสให้หายเป็นปกติได้
อาการปวดหัวก็จะหายไปพร้อมกัน หรือบางรายที่อาการไซนัสไม่รุนแรง
ร่างกายจะสามารถรักษาตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งยาใด ๆ
 

ปวดหัว

10. อาการปวดหัวจากการดื่มอาหารเย็นจัด (Ice cream headache)
           
          * อาการ
          
          
ปวดจี๊ดขึ้นสมองโดยทันทีเมื่อกินอาหารเย็นจัด เช่น
ไอศกรีมหรือน้ำเย็นเจี๊ยบ ส่วนมากมักจะรู้สึกเจ็บจี๊ดบริเวณขมับ
หรือบางรายอาจปวดร้าวไปทั้งหัว
และในผู้ป่วยไมเกรนจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้เร็วและรุนแรงกว่าในคนปกติ
           
          * สาเหตุ
           
         
ในร่างกายของเรามีกลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมโดยอัตโนมัติ
ซึ่งการรับประทานไอศกรีมเย็นจัดในขณะที่ร่างกายมีอุณหภูมิอบอุ่นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ดังนั้นเมื่อเรากินไอศกรีมเย็นจัดเข้าไป
เส้นเลือดบริเวณเพดานปากก็จะแสดงปฏิกิยาโดยทันที
เพื่อป้องกันไม่ให้ความเย็นจัดกระทบไปถึงสมอง
เป็นสาเหตุให้เส้นเลือดที่ต่อตรงไปยังสมองสูบฉีดเลือดอย่างเร็วจนทำให้เกิดอาการปวดจี๊ดที่สมองดังกล่าว
           
          * วิธีรักษา
           
         
เบื้องต้นให้หยุดรับประทานไอศกรีมก่อน
จากนั้นดื่มน้ำอุ่นตามเพื่อคลายเส้นเลือดที่หดเกร็ง อีกทั้งค่อย ๆ
เล็มไอศกรีมอย่างช้า ๆ
และพักไอศกรีมไว้ที่ลิ้นสักพักเพื่อให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิก่อน
ซึ่งก็สามารถช่วยบรรเทาและป้องกันอาการปวดหัวได้เหมือนกัน
 
11. อาการปวดหัวเรื้อรัง (Chronic daily headache)
           
          * อาการ
          
          
ปวดหัวติดต่อกันมากกว่า 15 วันต่อเดือน และปวดอย่างนี้เรื่อย ๆ เกิน 3
เดือน ในบางรายอาจมีอาการไข้และปวดเมื่อยบริเวณคอและไหล่ร่วมด้วย
           
          * สาเหตุ
           
         

สาเหตุของอาการปวดหัวเรื้อรังอาจเกิดจากพฤติกรรมกินยาแก้ปวดติดต่อกันนานเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับยาปริมาณมากเกิน
พร้อมกันนั้นอาจวินิจฉัยได้ว่าเกิดจากโรคไมเกรนและเนื้องอกในสมองได้อีกทางหนึ่งด้วย
           
          * วิธีรักษา
           
         
เริ่มแรกควรหยุดใช้ยาแก้ปวดที่กินเป็นประจำก่อน
จากนั้นอาจรักษาโดยใช้ยาแก้อาการเศร้าซึม ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ เช่น
อะทีโนลอล (Atenolol), เมโทโพรลอล (Metoprolol), โพรพาโนลอล (Propanolol)
ซึ่งเป็นยาที่แพทย์ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงและโรคไมเกรน
หรือยาแก้อาการชัก เช่น กาบาเพนติน (Gabapentin), โทพิราเมต (Topiramate)
แม้กระทั่งยาแก้ปวดอย่าง นาโพรเซน (Naproxen)
และการทำโบท็อกซ์บรรเทาอาการปวด
 

12. อาการปวดหัวในช่วงรอบเดือน (Menstrual headaches)
           
          * อาการ
           
         
อาการปวดหัวชนิดนี้สงวนสิทธิ์เพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ
เนื่องจากเป็นอาการปวดศีรษะในช่วงระหว่างมีรอบเดือน
จะรู้สึกเหมือนเป็นไข้ทับระดู เป็นหนึ่งสัญญาณของอาการ PMS
โดยอาการปวดหัวชนิดนี้จัดว่าเป็นไมเกรนอย่างหนึ่ง
ซึ่งอาจเกิดก่อนมีประจำเดือนหรือหลังเป็นประจำเดือนประมาณ 2-3 วัน
           
          * สาเหตุ
           
         
เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
เป็นเหตุให้เกิดอาการ PMS ทั้งปวดท้องน้อย ปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกาย
และบางรายอาจปวดหัวร่วมด้วย
           
          * วิธีรักษา
           
         
แพทย์แนะนำให้ผู้หญิงที่มักเกิดอาการ PMS
อย่างรุนแรงทุกครั้งที่เป็นประจำเดือนรับประทานแมกนีเซียมเยอะ ๆ
โดยอาจจะเลือกรับประทานแมกนีเซียมจากอาหาร เช่น กล้วย, อะโวคาโด, ถั่ว,
เม็ดมะม่วง, โยเกิร์ต, เต้าหู้, ปลาทูน่า เป็นต้น
หรือใครจะเลือกกินหาแมกนีเซียมในรูปแบบวิตามินก็ได้เช่นกัน
 

ปวดหัว

13. อาการปวดหัววันหยุดสุดสัปดาห์ (Weekend headache)
           
          * อาการ
          
          ปวดหน่วง ๆ ที่ศีรษะหลังจากลุกจากที่นอน อาจปวดยาวไปทั้งวัน และมักจะเกิดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
           
          * สาเหตุ
                     
         
อาจเกิดขึ้นได้จากทั้งความเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์
พฤติกรรมการนอนดึกตื่นสาย รวมทั้งผลพวงจากคาเฟอีนที่คั่งค้างในร่างกายด้วย
           
          * วิธีรักษา
           
         
การรักษาอาการปวดหัวในช่วงวันหยุดไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดใด ๆ
เพียงแค่นอนหลับพักผ่อนในเวลาปกติเหมือนทุกวัน
และพยายามอย่าดื่มชากาแฟเยอะเท่านั้น
 

14. อาการปวดหัวอย่างรุนแรงโดยฉับพลัน (Emergency headache)
           
          * อาการ
           
         
ปวดหัวอย่างรุนแรงโดยฉับพลัน หน้ามืด และรู้สึกปวดหัวเหมือนหัวจะระเบิด
บางรายมีไข้และความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
หรืออาการปวดเกิดขึ้นหลังจากได้รับแรงกระแทกบริเวณศีรษะ
รวมทั้งภายหลังเคลื่อนไหวศีรษะเร็วและแรง อีกทั้งยังอาจปวดคอ
เกิดอาการชาที่ใบหน้า ลิ้น และปาก จนส่งผลกระทบกับการพูด
พร้อมทั้งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

          * สาเหตุ

         
อาการปวดหัวอย่างรุนแรงไม่ใช่โรคเรื้อรัง
แต่เป็นอาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดอย่างสูง
ซึ่งมีผลต่อระดับความดันโลหิตและการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง
รวมทั้งอาจมีสาเหตุจากแรงกระแทกที่ค่อนข้างรุนแรงบริเวณศีรษะ
และเนื้องอกที่สมองก็ได้
          
          * วิธีรักษา
           
         
เมื่อเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงฉับพลัน
วิธีที่ดีที่สุดคือรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยด่วน
โดยเฉพาะคนไข้ที่หมดสติไปแล้วด้วย
           
          ไม่ว่าจะอาการปวดศีรษะชนิดไหน
ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อสุขภาพเราสักอย่างเลยว่าไหมคะ
เพราะบางชนิดของอาการปวดหัวก็เป็นสัญญาณของโรคร้าย
หรืออย่างน้อย ๆ อาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดก็บั่นทอนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราไม่น้อยเหมือนกัน